Live, Love, Laugh

เพราะโลกนี้ขาดเสียงหัวเราะไม่ได้

People April 9, 2017
by
MARIE CLAIRE

livelovelaugh-0
ใช้ชีวิตที่ใช่ ทำงานที่รัก แล้วหัวเราะให้ดังสุดๆ…ยินดีต้อนรับสู่ดินแดนของมืออาชีพด้านเสียงฮา และมุมมองที่มากกว่าความตลกของพวกเธอ

livelovelaugh-1

ศิริพร อยู่ยอด
จะหัวเราะดังแค่ไหนก็ได้ เพราะฉันไม่ใช่นางเอก

หากย้อนเวลากลับไปได้ และหากเลือกเป็นทั้งตลกและนางเอกได้ “ตั๊ก-ศิริพร อยู่ยอด” บอกว่าจะยังเลือกเป็นนักแสดงตลกในแบบนี้ เธอเป็นหนึ่งในนักแสดงตลกมากประสบการณ์ เริ่มต้นจากรายการตลกทางไทยทีวีสีช่อง 3 ก่อนบ่าย คลายเครียด จนเป็นที่รู้จักในฐานะ “ตั๊ก ก่อนบ่ายฯ” ที่ทำให้หลายคนเกือบลืมไปว่าเธอเคยเป็นนักร้องคุณภาพที่ผ่านเวทีประกวดร้องเพลงสยามกลการและอีกหลายเวที เป็นนักร้องชื่อดังในนาม “ตั๊ก ลีลา” มีหลายเพลงดังรวมถึงเพลงสร้างชื่อ ฉันไม่ใช่นางเอก และหลังจากเลือกเส้นทางสายตลก เธอทุ่มเทอย่างเต็มที่ตลอดยี่สิบปีในการทำงาน

กว่าจะเป็นตั๊ก ก่อนบ่ายฯ

“ต้องขยัน ต้องเตรียมตัว ต้องทำการบ้าน เราจะมีสมุดเล่มหนึ่งสำหรับจดมุกไว้ดู ไว้อ่าน แล้วก็ครูพักลักจำ เพราะเราเชื่อว่าถ้าขี้เกียจยังไงก็ไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่ดูอย่างเดียว การอ่านก็สำคัญ จะติดตามข่าวสารว่าตอนนี้ข่าวไหนกำลังดัง เอามาเล่นได้ไหม แล้วก็จะบอกน้องๆ เสมอว่าต้องขยัน ยิ่งมีชื่อเสียงแล้วยิ่งต้องขยัน แล้วเราก็ยังทำสิ่งที่เราทำตั้งแต่วันแรกจนถึงทุกวันนี้”

เราเห็นพวกคุณในแทบทุกรายการ ทำไมเวลานี้ตลกหญิงถึงเป็นที่ต้องการตัวมากที่สุด

“ไม่รู้คิดเหมือนกันหรือเปล่า เรามองว่าความสนุกและเสียงหัวเราะคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต เน้นว่าเป็นอันดับหนึ่งเลยนะ ลองคิดดูว่าหลังเจอเรื่องเครียดมาทั้งวัน ใครจะอยากเครียดอีก คนชอบดูอะไรที่สนุกสนาน เสียงหัวเราะเลยเป็นที่ต้องการเสมอ แต่การสร้างเสียงหัวเราะทำได้ไม่ง่าย ยิ่งถ้าเป็นอาชีพจริงๆ อย่างตลก สิบปีจะเกิดสักคนหนึ่ง ในขณะที่พระเอกนางเอกเกิดได้ทุกวัน กว่าเราจะได้เห็นชมพู่, หนูเล็ก, ตุ๊กกี้ แล้วเราได้มาอยู่ในกลุ่มนี้ (อาชีพตลก) นี่เป็นสิ่งที่เราภูมิใจมาก แต่ยุคนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นตลกอาชีพอย่างเดียวเสมอไป แค่เป็นคนที่มีความสามารถและมีอารมณ์ขัน อย่างเจ้าซาร่า AF (นลิน โฮเลอร์) หรือจียอน (ซอ จียอน) ที่ไม่ได้เกิดจากตลก แต่มาจากความตลกในตัวตนของเขาที่ทำให้คนรู้จักเขามากขึ้น ยังไงตลกก็เป็นที่ต้องการของตลาดอยู่วันยังค่ำ ถ้าให้เลือกว่าเป็นนางเอกไหม ก็จะตอบว่าไม่ เพราะนี่คือสิ่งที่เรารัก เราชอบแบบนี้”

มีช่วงที่รู้สึกว่าหมดมุกไหม และวิธีที่ทำให้แสดงต่อได้แม้ในวันแย่ๆ

“มีค่ะ โอ๊ย มันตื้อ มันตัน แต่ก็มักจะมาจากการพักผ่อนไม่พอมากกว่า บางทีเป็นช่วงที่มีเรื่องเครียดรุมเร้า เป็นธรรมชาติของทุกคนเนอะ ยังไงเราก็แค่คนธรรมดา แต่ถ้าเป็นเรื่องเนื้องานเราโชคดีตรงที่มีเพื่อนฝูง ก็ไปขอคำปรึกษาจากเขาบ้าง พูดคุย ช่วยเหลือกัน ซึ่งเราชอบบรรยากาศการทำงานตรงนี้ ส่วนเวลาเจอเรื่องแย่ๆ แล้วต้องขึ้นแสดงก็มี แต่มาเล่นตลกแล้วต้องทิ้งทุกอย่าง ถามว่ายากไหม ก็ยาก 
แต่มันต้องเป็นแบบนั้น แล้วเมื่อถึงเวลาต้องแสดงเราก็จะลืมตรงนั้น เพราะสิ่งที่อยู่ข้างหน้าเราคืองาน และคนดู”

สิ่งที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับตลกหญิง

“คนมักจะคิดว่าตลกหญิงก๋ากั่น โชกโชน ผ่านสมรภูมิมาเยอะ อย่าไปเหมารวมทั้งหมด บางทีเราก็ไม่ได้ผ่านอะไรในชีวิตมาเยอะขนาดนั้น แต่มาจากการศึกษาในสิ่งที่เราทำ ในอีกมุมพี่นุ้ย (ชูเกียรติ เอี่ยมสุข นักแสดงตลกชายชื่อดัง) ที่เป็นสามีเราก็สอนเสมอนะว่าเป็นตลกหญิงห้ามเล่นทะลึ่ง ห้ามเล่นหยาบโลนเด็ดขาด ห้ามถึงเนื้อถึงตัวมากไป ต้องเล่นให้น่ารัก วางตัวให้เป็น กว่าจะออกมาหน้าจอแต่ละครั้งทุกอย่างต้องผ่านการคิด การวางแผนจากสิ่งที่เราได้เรียนรู้ จากประสบการณ์ในการทำงานที่มี แล้วก็โชคดีที่สามีคอยตามดู ตามเช็กงานแสดงของเราให้ตลอดว่า แม่อย่าเล่นอย่างนี้ แม่เล่นอย่างนั้นดีกว่า นั่นเป็นอีกหนึ่งความโชคดีของเรา”

เคล็ดลับความตลกที่ส่งต่อ

“เวลาน้องๆ มาปรึกษาว่าเขากดดัน เครียดมาก ทำยังไงหนูก็ไม่ตลก สิ่งที่เรามักบอกคือ นอกจากความตลกแล้วยังต้องค้นหาตัวเองให้เจอ อย่าฝืนธรรมชาติ ตัวเราดีที่สุด บางคนอยากเป็นตลกมาก แต่ดูแล้วยังไงก็ไม่ใช่ทางของเขา ก็ต้องให้เวลาเขา ให้ได้ทดลองว่าทำได้ หรือทำอะไรได้ดีกว่าการเล่นตลก นั่นคือหน้าที่เรา ส่วนถ้าใครไปต่อได้ก็ลุยเลย”

ความสุขของคนสร้างเสียงหัวเราะ

“ถ้าถามว่าอะไรที่ทำให้เราหัวเราะ ยกตัวอย่างเมื่อวานไปถ่ายรายการซึ่งเป็นรายการที่ได้พบปะกับชาวบ้าน ได้โต้ตอบส่งมุกกันอย่างเป็นธรรมชาติ เชื่อไหมว่าหัวเราะกันน้ำตาไหล บางครั้งก็เป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แต่เป็นสิ่งที่คนดูต้องการ เหมือนสิ่งที่เราอยากส่งต่อให้คนดู ส่วนความสุขที่แท้จริงของเราคือทำอะไรออกไปแล้วมีเสียงหัวเราะกลับมา ซึ่งเราเต็มที่กับงานทุกครั้งไม่ว่ารายการไหนก็ตาม อย่างวันนี้มาอัดรายการ The Mask Singer เราทำการบ้านก่อนเลยว่าทำอะไรออกไปแล้วจะได้รอยยิ้ม แค่นี้เราก็ประสบความสำเร็จแล้ว”

“สวยมักนก ตลกมักได้” อะไรที่คุณได้จากอาชีพนักแสดงตลก

“ได้สามีที่ดีค่ะ (หัวเราะ) และได้อาชีพที่หาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เป็นจุด-เปลี่ยนจากที่เราเป็นตั๊ก ลีลา เป็นนักร้องที่มีงานเยอะที่สุด เพราะ 30 วันมีงานทุกวันตลอดทั้งเดือน แล้วมาเจอช่วงไอเอ็มเอฟ สิ่งที่ผ่อนอยู่ก็ต้องทิ้ง หิ้วกระเป๋าใบเดียวไปเช่าอะพาร์ตเมนต์ถูกๆ อยู่ แล้ววันหนึ่งอาชีพตลกก็ช่วยทำให้เราได้เกิดใหม่ เพราะพี่เป็ด เชิญยิ้มที่ให้โอกาส เหมือนเขาให้ทุกอย่างเรากลับคืน สิ่งสำคัญที่สุดคือความตลกและเสียงหัวเราะนี่แหละทำให้เรายิ้มสู้ ลองดูสิ เสียงหัวเราะมีพลังที่สุดในชีวิตเลยนะ ไม่ว่าเราไปเจออะไรมา เรายิ้ม เราหัวเราะใส่ปัญหา ปัญหานั้นจะแพ้เรา”

livelovelaugh-2

ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์
เรื่องตลกต้องเล่นใหญ่ (ไม่มีเม้ม)

ฉายแววตลกสร้างสีสันให้กับผู้ชมครั้งแรกตั้งแต่ทำหน้าที่พิธีกรใน ทีนทอล์ก รายการวัยรุ่นยุค 1990 ของเมืองไทย ความสนุกเรียกเสียงฮายังทำให้เธอได้ทำงานพิธีกร ดีเจ และนักแสดงอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การพิสูจน์ตัวเองในบทบาทใหม่ๆ อย่างงานเพลง บทดราม่าในภาพยนตร์ รัก-ออกแบบไม่ได้ หรือ O-Negative ที่ทำให้ได้รับรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากชมรมวิจารณ์บันเทิงมาแล้ว ทั้งอารมณ์ขัน การแสดงแบบเล่นใหญ่ และการทำงานแบบมืออาชีพกลายเป็นภาพจำของผู้ชมที่ยิ่งนานวันก็ยิ่งชัดเจน ถึงวันนี้เธอคือคนบันเทิงสายฮาที่เป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดอีกหนึ่งคน ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “อ้น-ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์”

เริ่มรู้ตัวว่าเป็นคนตลก มีอารมณ์ขันตั้งแต่เมื่อไร

“คงไม่ใช่ตลกหรอกค่ะ แต่เป็นอารมณ์ขันที่เรามี ซึ่งก็เริ่มมาตั้งแต่พูดได้ โตมาสักพักก็สังเกตว่า เอ๊ะ ทำไมเพื่อนๆ ชอบให้เราทำโน่นทำนี่ ชอบฟังเราพูดทุกครั้ง สนุกกับสิ่งที่เราพูดอยู่บ่อยๆ พอมานั่งคิดแล้วกลับมาดูคุณแม่ ก็พบว่าเราคงสนุกสนานเหมือนกับคุณแม่ของเรานั่นแหละ ในแบบที่เป็นธรรมชาติ และเป็นตัวเราเอง”

จุดเริ่มต้นของงานสร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม

“ถ้ายังจำกันได้ก็ตั้งแต่สมัยรายการ ทีนทอล์ก ที่เราเสนอศัพท์วัยรุ่น (เธอมีฉายาในรายการว่า “น้าเนียม”) แล้วก็ไม่ได้เสนอแบบปกติธรรมดาเหมือนชาวบ้านเขา แต่เป็นรูปแบบการนำเสนอของเราเอง คือจะมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ จนคนเริ่มจดจำ” นอกจากอ้นแล้วกลุ่มสมาชิกพิธีกรของรายการ ทีนทอล์ก ที่เป็นที่รู้จักมาจนถึงเวลานี้ ได้แก่ ชาคริต แย้มนาม, เรย์ แมคโดนัลด์, บัวชมพู ฟอร์ด, ไดอาน่า จงจินตนาการ, ฟลอเรนซ์ วนิดา เฟเวอร์, ซาร่า ผุงประเสริฐ, เพลิน ประทุมมาศ, เมจิ-อโณมา ศรัณย์-ศิขริน เป็นต้น มี ภิญโญ รู้ธรรม เป็นผู้ดูแลการผลิตรายการ ถือเป็นรายการสำหรับวัยรุ่นที่ประสบความสำเร็จมากในเวลานั้น และมี อ้น-ศรีพรรณ ผู้พกพาบุคลิกมั่นใจ มีอารมณ์ขันเป็นตัวชูโรง

เบื้องหลังงานตลก ไม่ใช่เรื่องตลก

“เวลาไปทำแต่ละงาน อย่างเป็นพิธีกร หรือแสดงละคร อย่างน้อยๆ เราต้องรู้โครงสร้างการทำงานก่อนว่าเป็นงานแบบไหน แต่ส่วนใหญ่ที่เขาจ้างงานเรา เขาต้องการความสนุกสนานนั่นแหละ แต่ความสนุกสนานของแต่ละงานก็แตกต่างกันไปนะว่าสนุกสนานแค่ไหนถึงดี ซึ่งเราต้องทำการบ้านก่อน ไม่เคยไปสอยเอาหน้างานอย่างเดียว เราต้องเตรียมการแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราก็จะรู้ว่าทั้งหมดทั้งมวลจะต้องแก้ไขปัญหาสถานการณ์ต่างๆ ด้วยวิธีการอย่างไร”

ทำไมนักแสดงตลกหญิงถึงเป็นที่ต้องการตัว

ฮอตสุดๆ เลยก็ว่าได้ “หมายความว่าคิวทองมากนะเหรอ เออจริง เขาอาจคิดว่าของแบบนี้คงหายากหรือเปล่า (หัวเราะ) ถ้าไม่หายากก็เพราะมีไม่มากคนหรอก ไม่น่าจะถึงยี่สิบคนนะคะในตอนนี้”

“สวยมักนก ตลกมักได้” คุณได้อะไรจากการทำงานที่รัก

“ได้ทำในสิ่งที่เป็นตัวเรา ส่วนเรื่องสวยเราไม่เคยหวั่นไหวกับคำนี้เลย ไม่ได้ตั้งใจมาทางสวยอยู่แล้ว เขาก็ต้องชัดเจนอยู่แล้วที่เขาจ้าง ถ้าอยากได้สวยก็ต้องนางเอกนะ ส่วนเราอาจอยู่ในประเภทน่ารัก (หัวเราะ) เขาคงคิดแล้วว่าถ้ามาแล้วคงขำตั้งแต่ไม่ทันจะพูด ส่วนใหญ่เลยไม่ได้รับบทดราม่าเท่าไร แต่อย่าง O-Negative ที่เคยเล่นเราก็ทำได้นะ ไม่ปฏิเสธเลยในเรื่องงาน ได้เสมอ”

มีไอดอลในการทำงานไหม

“ไอดอลในแง่มุมเรื่องอารมณ์ขันมีเอกกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ), พี่ไก่ (สมพล ปิยะพงศ์สิริ), พี่ท็อป (ดารณีนุช ปสุตนาวิน) ไปจนถึงพี่ภิญโญ รู้ธรรม ที่เป็นคนแนะนำอ้นให้เข้ามาทำงานนี้ ส่วนไอดอลที่เน้นเรื่องการแสดงมากๆ ก็ต้องยกให้สามี (อนันต์ บุญนาค อดีตนักร้องและนักแสดงมากอารมณ์ขันที่มีชื่อเสียง) ถ้าพูดถึงเรื่องการแสดงต้องให้เขาเลย อันนี้ต้องกราบเขาเลยนะ เพราะเขาเป็นนักแสดงรุ่นที่ทำการบ้านจริงๆ คือเล่นสิบเรื่องเล่นไม่เหมือนกันเลย แล้วก็เล่นได้ดี เขาก็จะสอนเรา เช่น งานนี้ควรใส่ความเป็นตัวเอง ส่วนงานนี้เป็นการแสดงนะ ต้องถอดตัวเองออกมา”

The Show Must Go On ยังไงก็ต้องไปต่อในวันที่แย่มาก

“ตอนเด็กๆ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้เลย โกรธก็แสดงออกเลยค่ะ สมมุติงานอีเวนต์ในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับเราพลาด เราจะแสดงออกทันทีกับสิ่งที่เราไม่ชอบ เพราะตอนนั้นเรายังไม่มีประสบการณ์ ในบางงานก็จะมีคนที่เรารักคอยช่วยเตือน อย่างพี่ไก่จะรีบเตือนเลยว่าสีหน้าอ้นออกแล้ว แต่มาถึงวันนี้ไม่ว่าอะไรที่เราไม่ชอบ หรือเกิดเรื่องอะไรมาจากบ้าน (รวมถึงช่วงที่สามีประสบอุบัติเหตุเจ็บหนัก) คนอื่นต้องไม่มีใครรู้เลย งานของเราจะต้องสนุกสนาน แล้วก็ไม่เฟกด้วยนะ ทั้งๆ ที่บางทีมันก็ไม่ไหวเหมือนกัน”

ให้โอกาสอีกครั้ง ถ้าเลือกได้จะเลือกเป็นตลกหรือนางเอก

“เราก็ยังชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้นะ เคยนั่งนึกว่าถ้าเกิดใหม่ได้อยากเล่นบทสวยๆ ไหม ก็ได้คำตอบว่าแบบนี้แหละ เพราะมีสีสันกว่า ได้แก้ปัญหารายวัน ซึ่งก็สนุกกว่าอยู่ดี เป็นสิ่งที่เราชอบแล้ว สบายใจแล้ว ถ้ามีโอกาสเลือกก็จะเลือกเป็นแบบนี้เลยนะ (ยิ้ม)”

livelovelaugh-3

ดรุณี สุทธิพิทักษ์
เงาเสียงสายตลกแห่งกิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน

“เป๊กกี้ ศรีธัญญา” เป็นชื่อในวงการที่ “เป๊กกี้-ดรุณี สุทธิพิทักษ์” นักร้องและนักแสดงตลกได้มาจากตั๊ก-ศิริพร อยู่ยอด จากการปรากฏตัวในรายการ กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ที่เธอเข้าร่วมโชว์เงาเสียงของนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ได้แก่ หญิงลี ศรีจุมพล, ใบเตย อาร์สยาม, จ๊ะ อาร์สยาม พร้อมทักษะเอนเตอร์เทนชนิดไม่ห่วงสวย จ้างร้อยเล่นล้าน ซึ่งกว่าจะแจ้งเกิดและประสบความสำเร็จสูงสุดจากรายการนี้เธอใช้ความพยายามเดินตามความฝันในรายการโทรทัศน์อื่นๆ มาหลายรายการ เรียกได้ว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ที่นั่นมีเป๊กกี้ ศรีธัญญา

มุกตลกสร้างชื่อของคุณ

“ต้องบอกก่อนว่าเดิมเป๊กเป็นนักร้อง ตอนนี้ก็ยังเป็นนักร้องอยู่ แต่ระหว่างทางที่จะไปมีเพลงฮิตตามความฝันเราก็ได้ทำอะไรหลายอย่าง สิ่งที่สร้างชื่อให้เป๊กเลยคือรายการ กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน สัปดาห์ที่ไปออกรายการนี้ครั้งแรกคือไปเป็นเงาเสียงของหญิงลี ซึ่งมีแฟนคลับหญิงลีตามมาดูเยอะมาก แล้วโชคดีที่เราได้มายืนตรงนั้นพอดี เลยมีคนได้เห็นเยอะ เราก็เล่นไปตามธรรมชาติ โต้ตอบมุกกับป๋ากิ๊ก (ซูโม่กิ๊ก-เกียรติ กิจเจริญ) กันสนุกสนาน ก็ต้องกราบขอบพระคุณรายการตรงนี้ด้วยอีกทาง”

รู้ตัวว่าเอาดีทางตลกได้ตั้งแต่เมื่อไร

“จริงๆ เข้าวงการมาไม่ได้เป็นตลกเลยนะคะ เป็นนางแบบและนางเอก เพียงแต่ว่างานส่วนนั้นยังไม่มีใครติดต่อมาเท่านั้นเอง (ฮา) เลยไม่ได้ทำงานส่วนนั้น สิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้คือเป็นงานอดิเรก (หัวเราะลั่นนำจนคนที่อยู่รอบๆ หัวเราะตาม) ก็คิดว่าถ้าพูดคำว่า
ตลก ไม่รู้ว่าเราถือเป็นตลกได้หรือยัง แต่สิ่งที่ทำมาโดยตลอดคือความสนุกที่เป็นตัวเอง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเรา ไม่ได้พยายามอะไร แต่มีสิ่งที่ฝึกฝนคือความสามารถในการเอนเตอร์เทน”

มีวิธีฝึกฝนทักษะการเอนเตอร์เทนคนดูอย่างไร

“เป๊กเป็นนักร้องสายเอนเตอร์เทนอยู่แล้ว และมีไอดอลในดวงใจหลายคน เช่น พี่คิ้ม (เจนนิเฟอร์ คิ้ม) แล้วสิ่งที่เราทำก่อนจะรับงานเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์คือ ไปที่พระราม 9 คาเฟ่ เพื่อไปดูพี่ๆ ตลกเขานี่แหละ หลายคณะ เก็บข้อมูลเป็นเดือนๆ สารภาพว่าเอาสมุดไปจดเลย ทั้งมุกตลก คณะไหนเล่นยังไง ใครเล่นอะไร รวมถึงดูวิดีโอแล้วเก็บมาปรับใช้กับตัวเองให้ตรงกับคาแรกเตอร์ ทำมาตั้งแต่อายุยี่สิบปี แล้วก็ต้องขอขอบคุณช่วงที่เข้าวงการบันเทิงแรกๆ ที่ได้มีโอกาสทำงานกับตลกมืออาชีพ ทั้งน้ารงค์ (จาตุรงค์ มกจ๊ก), พี่บอล เชิญยิ้ม, พี่เจี๊ยบ เชิญยิ้ม ทำให้เราได้วิชาความรู้ ต้องขอบคุณทั้งสามคนนี้ที่มีความสำคัญกับเรา”

คิดว่าทำไมตลกหญิงถึงคิวทอง

“บอกเลยว่าการที่จะคิวทองได้คุณต้องเป็นคนที่มีความสามารถสูงมากด้วย ถึงจะได้รับการยอมรับ ซึ่งในความคิดของเราทั้งหมดมาจากประสบการณ์ ความสามารถ และทุกอย่างรวมกัน การไปถึงตรงนั้นได้ถือว่าเป็นเกียรติ เป็นเรื่องน่าภูมิใจ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายกับการที่คนเห็นหน้าคุณแล้วเขาจะขำขึ้นมาทันที ขอบคุณที่หลายคนมองว่าเราอยู่ในจุดนั้น แต่ก็ยังต้องฝึกฝนอีก เพราะอย่างเวลาที่ไปอยู่กับตลกรุ่นพี่ๆ อย่างน้าค่อม ชวนชื่น, พี่บอล เชิญยิ้ม, พี่นุ้ย เชิญยิ้ม, พี่ตั๊ก-ศิริพร ระดับความตลกเราจะกลายเป็นเด็กๆ ไปเลย”

The Show Must Go On วันแย่ๆ แต่ต้องไปต่อ

“ยังไงก็ต้องตลก ไม่ว่าจะหมาตาย แม่ไม่สบาย ยายป่วย ลูกเจ็บ น้องไม่มีค่าเทอม เมื่อไรก็ตามที่นับ 5 4 3 2 ทุกอย่างต้องสดเพื่อคุณผู้ชมที่เรารัก ผู้ชมไม่รู้หรอกว่าวินาทีที่แล้วชีวิตเราผ่านอะไรมา แต่คุณคือคนสาธารณะ เป๊กจึงคิดเสมอว่าอย่าทำให้คนดูผิดหวัง เมื่อได้แสดงทุกครั้งจงทำให้เต็มที่”

สุขที่สุดในอาชีพการทำงาน

“มีความสุขทุกครั้งที่เห็นแววตา สีหน้าของคนดูที่มีความสุข นั่นคือสิ่งตอบแทนที่เลอค่าที่สุด คนดูจะได้เห็นเราในการแสดงแบบเต็มที่ ไม่เหยาะแหยะ เราเองก็ได้รับความสุขที่คนดูมอบให้ จริงๆ มีคนดูอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ และถึงเขาไม่รอดูเราก็ยังภูมิใจกับงาน หรืออย่างน้อยก็บอกคนอื่นๆ ให้ดูคลิปการ-แสดงย้อนหลังของเรา เรียกง่ายๆ ว่าบังคับให้เขาดู (หัวเราะดัง) เสียงหัวเราะของคนดูเป็นพลังให้กับเรา เรียกว่าเล่นตายเลยค่ะ ทุกครั้งที่ไปถ่ายรายการเราจะถ่ายรูปกลับมาดู สิ่งที่เห็นคือไม่มีใครไม่ยิ้มเลย เป๊กรู้สึกว่าการทำให้คนยิ้มได้นั้นดีนะคะ เราได้ทำให้จิตคนอื่นเป็นสุข ซึ่งมีคุณค่าสำหรับเรา”

livelovelaugh-4

ซอ จียอน
ตลกด้วย สวยได้ สายโก๊ะ สไตล์เกา(หลี)

เผลอไม่นาน “จียอน-ซอ จียอน” คนวงการบันเทิงชาวเกาหลีก็เป็นขวัญใจคนไทยมานานถึงสิบปี เธอบอกว่างานในวงการบันเทิงคือความใฝ่ฝัน และนับเป็นโอกาสดีที่ได้ทำงานที่ชอบทั้งเป็นนักร้อง พิธีกร นักแสดง รวมถึงอีกหนึ่งบทบาทในฐานะคนบันเทิงสายตลกที่ได้เริ่มเรียนรู้ไม่นานมานี้ โดยมีความโก๊ะ ความน่ารัก และภาษาไทยเปื้อนสำเนียงเกาหลีเป็นบุคลิกเฉพาะตัวที่ทำให้หลายคนหลงรักและจดจำ

จุดเริ่มต้นสู่งานสร้างเสียงหัวเราะ

“คิดว่าเริ่มต้นตั้งแต่สมัยมาเรียนที่เมืองไทย พูดไทยไม่ชัด แล้วเพื่อนๆ พี่ๆ ชอบแกล้ง เพราะแกล้งแล้วสนุก ตลก คิดว่าอย่างนั้นค่ะ แล้วก็ได้มาแสดงละครซิตคอม จนพี่ชมพู่ ก่อนบ่ายฯ และ อาเป็ด เชิญยิ้ม มาเจอเลยชวนไปเล่นตลก จริงๆ ตอนนั้นยังไม่มั่นใจ แต่ถือเป็นโอกาสที่มีบทบาทอะไรมาเราก็ต้องเล่นให้ได้ทุกอย่าง ไม่ติดอยู่กับตัวละครแบบใดแบบหนึ่ง เพราะเราเป็นนักแสดง”

การทำงานสายตลกแบบจียอน

“ต้องเรียนรู้มากๆ ด้วยการมาเรียนรู้กับทีมที่เราร่วมงาน แล้วก็มีอีกหลายคนที่ใจดีมาช่วยสอน ส่วนเรื่องภาษาตอนนี้ไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคแล้ว แม้จะยังไม่ดีมากที่สุด แต่ต้องบอกว่าภาษาไทยของจียอนดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน ยิ่งได้รับโจทย์มากก็ยิ่งต้องถาม ต้องซ้อม และทำความเข้าใจ”

เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับตลกหญิง

“คนจะอาจคิดว่าตลกหญิงต้องสนุกตลอดเวลา หัวเราะได้ทั้งวัน ส่วนใหญ่คนก็คิดอย่างนั้นเวลาเจอจียอน เมื่อไรที่เจอเราจะต้องร่าเริงสดใสอยู่ตลอด แต่บางทีเราก็มีมุมเครียด และจริงจังบ้างเวลาอยู่ข้างนอก พอเห็นเรานิ่งๆ คนก็จะงงๆ นิดหนึ่งว่าทำไมเป็นแบบนี้ ไม่เห็นเหมือนในทีวีเลย คือบางทีจียอนก็ปวดหัว หรือไม่ก็เหนื่อยเพราะพูดเยอะตอนอัดรายการ (หัวเราะ) ทั้งหมดก็เพื่อจะเซฟพลังงานเฉยๆ เลยพูดน้อยไปหน่อย (ยิ้ม) แต่บางวันก็พูดเยอะนะคะ”

มีประสบการณ์ที่ต้อง “หัวเราะให้ได้แม้ในวันแย่ๆ” บ้างไหม

“มีสิคะ แต่ต้องทำให้ได้ เพราะงานที่เราทำเป็นอาชีพเบื้องหน้า มีคนดูอยู่ทางบ้าน จียอนเชื่อว่าทุกคนมีเรื่องเครียดอยู่แล้วเหมือนกัน แล้วเราจะไปสร้างภาระให้คนอื่นเพื่ออะไรล่ะ เราก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปให้เต็มที่ไปเลย ส่วนเรื่องที่เครียดก็ค่อยกลับมาเรียนรู้ แก้ไขมัน”

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานด้าน “ความฮา”

“จียอนเพิ่งมีโอกาสเรียนรู้ศิลปะด้านการแสดงตลกตั้งแต่ได้มาทำงานด้านนี้ประมาณปีครึ่ง (น่าจะได้) ตอนแรกค่อนข้างกลัวและตื่นมากว่าเรากำลังทำอะไร เพราะเป็นจังหวะการทำงานที่แตกต่างจากซิตคอมที่เขาเขียนบทไว้ให้แล้วเราก็แสดง ยิ่งได้เห็นตลกรุ่นใหญ่เล่นรับส่งมุกกันสดๆ ยิ่งตื่นเต้น ไม่ว่าจะเป็นอาเด๋อ ดอกสะเดา, น้าโย่ง เชิญยิ้ม, น้านงค์ เชิญยิ้ม หรือคนเก่งๆ อีกหลายคน ซึ่งเราปลื้มเรื่องไหวพริบของพวกเขา เป็นศิลปะที่สุดยอดมากในความคิดของจียอน เพราะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่มีสะดุด ในขณะที่จียอนถ้าไปต่อไม่ได้แล้วก็จะยืนอึ้งไปเฉยๆ (หัวเราะ) แต่หลังจากนี้ก็จะเรียนรู้ไปเรื่อยๆ จะได้ทันมุกของทุกคน (ยิ้ม)”

ใครคือไอดอลสายตลก

ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต และ พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ขวัญใจสายนางแบบและนักแสดงคงต้องหลบไปก่อนตอนนี้ เพราะเมื่อพูดถึงไอดอลสายตลกจียอนบอกเราว่าต้องเป็นชมพู่ ก่อนบ่ายฯ (ธัณย์สิตา สุวัชราธนากิตติ์) นักแสดงตลกรุ่นพี่ที่เป็นเหมือนทั้งเพื่อน พี่สาว และที่ปรึกษา รวมถึงนักแสดงรุ่นใหญ่ที่เธอชื่นชมอย่างโย่ง เชิญยิ้ม (พิเชษฐ์ เอี่ยมชาวนา) และนักแสดงตลกมากความสามารถอีกหลายคน

เป้าหมายในการทำงาน

“จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจที่จะมีชื่อเสียงอย่างเดียวค่ะ เรามองเป็นอาชีพที่ไม่ใช่จะดังเปรี้ยงทีเดียว แต่อยากทำงานนี้แบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ซึ่งตอนนี้ก็เป็นสิบปีในวงการบันเทิงของเราแล้วนะคะ อยากได้ลองทำงานหลายอย่าง ได้แสดงหลายบทบาท หนึ่งในนั้นก็เป็นงานสายตลกในตอนนี้ที่ได้เสียงตอบรับดีมาก ทำให้ทุกคนได้เห็นความสามารถในอีกมุมของจียอน”

ความสุขในงานสร้างเสียงหัวเราะ

“ความสุขคือเวลาจียอนพูดอะไร ทำอะไร แล้วทุกคนยิ้มหรือหัวเราะ แค่นี้ก็มีความสุขมากแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นการที่มีคนชื่นชมเราแม้เราไม่ใช่คนไทยจริงๆ เปรียบเหมือนการต้อนรับและเปิดโอกาสให้จียอนได้ทำงานนี้ ซึ่งต้องขอบคุณทุกคนด้วยค่ะ (ยิ้ม)”

เรื่อง: ชนานันทน์ สุนทรนนท์
ภาพ: กิตติเดช เจริญพร, ชวลิต กมลธรรมะนันท์


RELATED STORIES
10 of the Best Items for Beach Look
Get Yaya’s Look
Purest Benefit
Get the Cover Look
Beauty Steps You Can Do at Home
Stay Close to the Skin
MORE STORIES
1
http://www.marieclairethailand.com/wp-content/uploads/2017/04/features-livelovelaugh.jpg