Into the Blue

สู่โลกนักดำน้ำของครูสอนฟรีไดวิ่ง

Dream Catcher April 14, 2017
by
MARIE CLAIRE

intotheblue-2

ขอต้อนรับสู่อีกหนึ่งอาชีพในฝันของใครหลายคน…อาชีพที่มีโต๊ะทำงานอยู่บนผืนทราย มีใต้ท้องทะเลลึกเป็นห้องทำงาน มีเพื่อนร่วมงานหลากหลายทั้งฉลามวาฬ ฝูงปลาน้อยใหญ่ ปะการังนานาชนิด เรื่อยไปจนถึงเต่าทะเล อุปกรณ์สำคัญที่ต้องใช้ไม่ใช่คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์สื่อสารใดๆ แต่เป็นชุดดำน้ำ หน้ากาก ตีนกบ และกล้องถ่ายภาพใต้น้ำเป็นหลัก ส่วนทักษะสำคัญที่ต้องมี
เน้นที่สมาธิ ความคิดทางบวก และความหลงใหลในโลกใต้ท้องทะเล นั่นคืออาชีพ “ครูสอนดำน้ำ”

พลอย มาลัยวงศ์ คือผู้หญิงเพียงไม่กี่คนในเมืองไทยที่ทำอาชีพนี้ ด้วยอายุเพียง 25 ปีทำให้เธอเป็นครูสอนฟรีไดวิ่งหญิงอายุน้อยที่สุดในไทย กับบทบาทของ PADI Advanced Free Diver Instructor การสอนดำน้ำลึกแบบไม่พึ่งอุปกรณ์ช่วยเหลือใดๆ และ PADI Master Scuba Diver Instructor การสอนดำน้ำลึกแบบสกูบา ซึ่งเธอบอกว่าทั้งหมดไม่ยาก แต่ต้องรักให้มากเท่านั้นเป็นพอ “ถ้าวันหนึ่งคุณไม่รักการดำน้ำแล้ว คุณจะไม่สามารถสอนใครให้ดำน้ำได้อีกเลย เพราะเขาจะสัมผัสได้ถึงพลังงานลบของคุณ ทำให้จากที่กลัวอยู่แล้วอาจกลัวกว่าเดิม 
ในทางกลับกันหากคุณดำน้ำด้วยความสนุก ส่งต่อด้วยความรัก
คนที่อยู่ตรงหน้าก็จะได้รับพลังงานทางบวก ทำให้ไม่กังวล ไม่เครียด ส่งผลมาถึงการหายใจที่เป็นระบบ ไม่ถี่ ไม่หนัก ไม่จำเป็นต้องพึ่งออกซิเจน จึงสามารถดำน้ำเป็นได้อย่างรวดเร็ว”

จุดเริ่มต้นของอาชีพเริ่มต้นที่ความสุข

“น่าจะตั้งแต่จำความได้เลยค่ะ (หัวเราะ) เพราะคุณพ่อของพลอยเป็นครูสอนดำน้ำ จึงพาพลอยไปไหนมาไหนด้วยตลอด ประมาณสี่ขวบเริ่มเรียนดำน้ำ
กับคุณพ่อ แปดขวบก็เริ่มลงใต้ทะเลลึกเป็นครั้งแรก
เคยนึกอยากเป็นแอเรียลใน The Little Mermaid 
จากนั้นมาการดำน้ำก็กลายเป็นชีวิตของพลอยแบบแยกกันไม่ออก เครียดก็ดำน้ำ สนุกก็ดำน้ำ” แล้วคิด
เมื่อไรว่าอยากจะเป็นครูสอนดำน้ำ “ไม่เคยคิดเลยจนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย ตอนนั้นเลือกเรียนด้านกราฟิก แต่รู้สึกว่าไม่ใช่ เราไม่เคยมีความสุขเลยเวลาอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ทำให้กลับมาถามตัวเองว่าอะไรที่เราทำแล้วมีความสุข แทบไม่ต้องคิดต่อ ภาพตัวเองตอนดำน้ำกับความสนุกที่ได้เป็นผู้ช่วยคุณพ่อสอนดำน้ำปรากฏขึ้นมาทันที จึงตัดสินใจได้ตั้งแต่วินาทีนั้นเลยว่า ฉันจะเป็นครูสอนดำน้ำ”

ทันทีที่รู้ว่าใช่ ขั้นต่อไปคือลงมือทำ

เมื่อค้นพบว่าอะไรคือสิ่งที่รัก พลอยลงมือทำทันทีด้วยการสมัครคอร์สเรียนดำน้ำอย่างจริงจัง เพื่อผ่านการทดสอบไปทีละขั้นจนได้ประกาศนียบัตรการันตี
ว่าเธอมีความสามารถในระดับสูง สามารถเป็นครูสอนดำน้ำได้ “ตอนนี้พลอยสอนได้ทั้งการดำน้ำลึก
แบบใช้สกูบา และการดำน้ำแบบไม่พึ่งอุปกรณ์ช่วย
หายใจ” เมื่อเธอสอนได้ทั้งสองแบบ ทำให้หนึ่งในคำถามที่ครูพลอยโดนถามประจำคือ ดำน้ำแบบไหนสนุกกว่ากัน “สนุกทั้งสองแบบ ดำน้ำแบบสกูบาจะเหมือนเราได้เดินทางท่องเที่ยว เห็นโลกที่แปลกใหม่ ส่วนการดำน้ำแบบฟรีไดฟ์เหมือนเราได้พาตัวเอง
เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และรับรู้ถึงความอิสระและความเงียบสงบของโลกใต้ท้องทะเลอย่างแท้จริง” การเรียนเพื่อเป็นครูยากหรือเปล่า “ไม่ยากเลยค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเราสนุกที่จะเรียนรู้เรื่องการดำน้ำแบบไม่มีเบื่ออยู่แล้วด้วยหรือเปล่า ถึงทำให้
ทุกวันเต็มไปด้วยความท้าทายที่จะได้พัฒนาตัวเองยิ่งทำได้ดีแค่ไหนวันต่อไปก็ยิ่งอยากทำให้ดีกว่าเดิม”

intotheblue-1

การเป็นครูสอนดำน้ำต้องใช้ใจในการสอน

ครูสอนดำน้ำเริ่มต้นการทำงานอย่างไร เราอยากรู้
“การสอนนักเรียนกลุ่มใหญ่ เราจะกังวลว่านักเรียนเข้าใจทุกคนหรือเปล่า พลอยรับนักเรียนประมาณ 4-5 คนต่อการสอนหนึ่งครั้งเท่านั้น เพื่อดูแลทุกคน
ได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากการสอนดำน้ำไม่ใช่แค่การแนะนำด้วยปากเปล่าหรือแค่บอกให้ทำตามแล้วจบ 
บางครั้งต้องขุดลึกไปในความรู้สึกว่าเขากลัวหรือกังวลอะไรใต้น้ำเป็นพิเศษหรือไม่ จะได้หาทางแก้ไข เพราะถ้าสิ่งที่กลัวยังติดอยู่เขาจะไม่สามารถดำน้ำได้ดี ถัดมาเมื่อได้นักเรียนครบก็จะเริ่มสอนภาคทฤษฎีก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อทบทวนกันจนเข้าใจก็เข้าสู่ภาคปฏิบัติในสระน้ำขนาดลึก เพื่อให้สภาพร่างกายเกิดความคุ้นชินกับความลึกของน้ำก่อนออกไปเจอของจริง เมื่อทำซ้ำจนมั่นใจว่าทำได้แล้วเราก็จะออก
ทะเลกันจริงๆ ในการสอนแต่ละคนพลอยไม่สามารถบอกได้เลยว่าใช้เวลายาวนานแค่ไหน เพราะขึ้นอยู่กับ
ความกล้าของแต่ละคนด้วย บางคน 3-4 วันก็ออกทะเลได้แล้ว แต่บางคนอาจต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์

“ไม่ใช่เพียงเท่านี้ เรื่องของพลังงานทางบวกยังเป็นสิ่งสำคัญที่ครูสอนดำน้ำทุกคนต้องหมั่นฝึกฝน เพื่อถ่ายทอดไปสู่นักเรียน เพื่อเปลี่ยนพลังงานทางลบต่อทะเลของเขาให้กลายเป็นความสนุก เพื่อไม่ให้เกิดความกังวลหรือกลัว และเพื่อทำให้พวกเขาตกหลุมรักท้องทะเลยิ่งขึ้น” ฟังดูน่าสนุก การทำงานแบบนี้มีเรื่องเครียดบ้างหรือเปล่า “เพราะเราหัดคิดทุกอย่างให้เป็นบวก เรื่องเครียดเลยไม่ค่อยมี มีแต่ความท้าทาย เช่น พลอยอาจดูเด็กเกินไปที่จะเป็นครู หลายครั้งจึงมักถูกทดสอบความสามารถ ซึ่งนับ
เป็นเรื่องดี เพราะพอเราพิสูจน์ตัวเองให้เขาเห็นได้ เขาจะยิ่งชื่นชมเรากว่าเดิม แต่ถ้าถามว่ากังวลไหม มีแน่นอน ในเรื่องความปลอดภัยของนักเรียน ถึงเรา
จะมั่นใจว่าสอนมาอย่างดี และเขาทำได้ แต่ทุกครั้งที่ลงทะเลพลอยต้องตรวจอุปกรณ์ทุกอย่างซ้ำแบบละเอียดเสมอ”

โลกใต้น้ำในสายตาของครูสอนดำน้ำ

“จะว่าไปแล้วโลกใต้น้ำยังคงสวยเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน แต่เมื่อมาเป็นครูสอนดำน้ำพลอยมองโลกใต้น้ำเปลี่ยนไป ไม่ได้มองแค่ความสวยงามของธรรมชาติเพียงอย่างเดียว เพราะโลกใต้น้ำของพลอยจะสมบูรณ์แบบได้ต้องมีภาพนักเรียนแหวก-
ว่ายอยู่ด้วย ยิ่งถ้าเป็นวันที่มีนักเรียนซึ่งเริ่มต้นจากศูนย์หรือติดลบด้วยความกลัว ไม่กล้าดำน้ำมาก่อนด้วยแล้ว พลอยจะยิ่งมีความสุข เหมือนกับว่าเราได้สัมผัสกับความสำเร็จของอาชีพอย่างเต็มรูปแบบ 
เพราะเราทำให้คนที่กลัวก้าวเข้าสู่ความกล้าได้สำเร็จ” 
นอกจากนี้เธอยังบอกว่ากระทั่งทิศทางของการเก็บภาพใต้ทะเลยังแตกต่างไปจากเดิม “เมื่อก่อนสนุกกับการถ่ายภาพธรรมชาติ ไล่ตามดูปลา หรือไม่ก็เปลี่ยนตัวเองให้เป็นนางแบบ แต่วันนี้พลอยสนุกกับการใช้กล้องบันทึกภาพนักเรียน ให้เขาได้เห็นท่าทางของตัวเองเพื่อดูด้วยความภูมิใจว่าทำได้ดีแค่ไหน และมีอะไรที่ต้องปรับปรุง”

ถ้าคิดจะเป็น “ครู” ไม่มีคำว่าพอสำหรับการเรียนรู้

ถึงจะก้าวมาแตะฝันได้สำเร็จ แต่พลอยยังคงย้ำกับเราระหว่างการพูดคุยตลอดว่า เธอยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ “พลอยอยากเก่งกว่านี้ และตั้งใจจะ
พัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อให้ทุกวันที่สอนดำน้ำ
เราจะได้มั่นใจในตัวเองมากขึ้นกว่าเดิมว่าจะทำให้คนตรงหน้าดำน้ำเป็น และสำคัญที่สุดคือดำน้ำได้อย่างปลอดภัย”

เรื่อง: ทราภรณ์ อาสนเสวตร์
ภาพ: อนุชิต นิ่มตลุง


RELATED STORIES
10 of the Best Items for Beach Look
Get Yaya’s Look
Purest Benefit
Get the Cover Look
Beauty Steps You Can Do at Home
Stay Close to the Skin
MORE STORIES
1
http://www.marieclairethailand.com/wp-content/uploads/2017/04/features-intotheblue.jpg